“ทางม้าลาย – หัวหาย” ฟอนต์ไทยในเส้นทางประชาธิปไตย

ทางม้าลาย – หัวหาย การชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการพังเพดานการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว ยังเปิดพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ได้ “ปล่อยของ” กันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเหล่าศิลปินและนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานเพื่อส่งเสียงแสดงจุดยืนทางการเมือง หนึ่งในฉากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของศิลปินที่น่าสนใจ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่กราฟิกคำว่า “ศักดินา” ถูกพ่นลงบนมุมหนึ่งของถนนราชดำเนิน ให้ผู้คนได้เดินย่ำราวกับเป็นทางม้าลายสไตล์ใหม่ ก่อนที่ฟอนต์นี้จะถูกนำไปดัดแปลงและปรากฏในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่ปฏิบัติการก่อกวนผู้มีอำนาจสนุกๆ เท่านั้น แต่น่าจะมีความหมายบางอย่าง

การไถ่บาปของคนรุ่น “ห่วยๆ”
Sanook พูดคุยกับเจ้าของเพจ “ประชาธิปไทป์” (PrachathipaType) และผู้ออกแบบฟอนต์ “ทางม้าลาย” และฟอนต์ “หัวหาย” ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการแสดงออกทางการเมืองในขณะนี้ โดยเขาเล่าว่า เขาเป็นคนที่ตั้งคำถามกับการเมืองและสภาพสังคมไทยมาตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยม ท่ามกลางคนรอบข้างที่มีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกับตนเอง ทว่าจุดที่นำไปสู่ความอึดอัดใจ มาจากการแสดงผลงานศิลปะเนื่องในวันสากลแห่งการเข้าถึงข้อมูล เมื่อปี 2561 ที่เขาถูกขอให้ปรับผลงานให้ “เบา” ลง ยิ่งกว่านั้น สื่อมวลชนสำนักหนึ่งได้มาสัมภาษณ์ และตีพิมพ์ภาพใบหน้าของเขาใหญ่กว่าผลงานศิลปะ จนเพื่อนฝูงนำมาหยอกล้อกันด้วยมุกตลกอย่าง “เดี๋ยวทหารก็ไปเยี่ยมบ้านหรอก” โดยที่ไม่มีใครสนใจจะวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ

ความอึดอัดที่ไม่สามารถพูดเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองกับคนรอบข้างได้ ประกอบกับกระแสความตื่นตัวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่เขาได้สัมผัส ทำให้เขาเริ่มคิดถึงการ “ไถ่บาป” ในฐานะคนรุ่นเก่าที่ปล่อยให้สังคมมาถึงจุดวิกฤต และยังส่งต่อสังคมเช่นนี้ให้กับคนรุ่นหลัง

“พอเราเริ่มเห็นเด็กๆ เคลื่อนไหวกัน เราก็เลยคิดว่า แล้วคนอายุ 40 อย่างเราทำอะไรได้บ้างวะ คนรุ่นเราที่ปล่อยให้บ้านเมืองเละเทะ เราทำอะไรได้ไหมในฐานะวิชาชีพเรา ที่เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ แล้วเราทำอะไรได้ไหมในสภาวะที่เด็กๆ มันเก่งกว่าเราไปหมดแล้ว ทำอะไรล้ำกว่าเราไปหมดแล้ว เราจะช่วยอะไรได้มากกว่าให้เงินไหม” เจ้าของเพจประชาธิปไทป์เล่า

ทางม้าลายและประชาธิปไทป์
ในฐานะกราฟิกดีไซน์เนอร์ สิ่งที่เขาพอจะทำได้เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็หนีไม่พ้นการสื่อสารผ่านงานกราฟิก และหนึ่งในนั้นคือการใช้ฟอนต์ทางม้าลายในการ “ส่งเสียง” ในพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง เขาเล่าว่า ฟอนต์นี้เป็นฟอนต์ที่เขาเคยออกแบบไว้สำหรับการรณรงค์ไม่เอาทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา และนำกลับมาปรับปรุงอีกครั้ง สำหรับให้ “Headache Stencil” ศิลปินกราฟิตีชื่อดัง ใช้พ่นกราฟิตีลงบนถนนในการชุมนุมวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

“เรามีตัวหนังสือที่หนักมาก ตันมาก แข็งมากอยู่ชุดหนึ่ง ก็เอามาเรียงๆ แล้วก็เพิ่มรอยบากให้มันเป็นลายฉลุได้ เราเทียบสเกลโดยการเล็งจาก Google Street View เลย วัดความกว้างของถนน แล้วก็มาสรุปที่ว่าตัวหนังสือ 1 ตัว สูงเมตรครึ่ง เพราะฉะนั้น การที่มันสูงเมตรครึ่ง พวกรอยบากมันสามารถบางได้มากๆ ฟอร์มมันก็เลยมาทีหลังฟังก์ชัน มันก็วุ่นวายหลายอย่าง จะพ่นตรงไหน จุดที่แอบมาเล็งไว้ตอนตี 2 มันไม่ว่างแล้ว ฝนตก”

ด้าน Headache Stencil ก็เล่าเสริมว่า ปฏิบัติการพ่นกราฟิตีครั้งนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นขนาดของลายที่ใหญ่มาก ทั้งยังต้องคอยหลบรถที่วิ่งผ่าน และอุปสรรคจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้การวางบล็อกใช้เวลานานถึง 2 ชม.

“จริงๆ มันต้องเป็นคำว่าศักดินาจงพินาศ แต่ร่วม 2 ชม. แล้ว เราเพิ่งวางได้แค่ศักดินา ก็เอาเท่านี้แล้วกัน ซึ่งมันก็กลายเป็นผลดี เพราะว่าศักดินาจงพินาศ เหมือนเราระบุแล้ว แต่พอเป็นศักดินาเฉยๆ คุณจะก้มลงไปกราบก็เรื่องของคุณ จะเหยียบก็เรื่องของคุณ คุณจะข้ามมันก็เรื่องของคุณ มันไม่ใช่การด่าแล้ว มันคือคำคำหนึ่งที่แต่ละคนมีความรู้สึกนึกคิดต่อคำนี้ต่างกัน ผมว่ามันเหมาะที่จะทำเป็นงานศิลปะมากกว่า เราอ้างว่ามันเป็นงานศิลปะได้มากกว่าการเขียนคำเพื่อด่าเฉยๆ” Headache Stencil กล่าว

หลังจากที่ภาพถ่ายลายฉลุคำว่า “ศักดินา” ที่ปรากฎบนพื้นถนน พร้อมผู้คนที่เดินผ่านไปมา ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนทำให้มียอดไลก์และมีผู้สนับสนุนจำนวนมากในชั่วข้ามคืน เขาจึงตัดสินใจเปิดเพจประชาธิปไทป์ (PrachathipaType) เพื่อนำเสนอผลงานของกลุ่มและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบตัวอักษร และยังเป็นการทดลองของทีมงานในช่วงโควิด-19 ที่ว่างเว้นจากการทำงานหลักด้วย

หัวหายเพราะประชาชนไม่ถูกเห็นหัว
นอกจากฟอนต์ทางม้าลายแล้ว อีกฟอนต์หนึ่งจากฝีมือกลุ่มประชาธิปไทป์ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน คือ “หัวหาย” ซึ่งเกิดจากแนวคิดหลักคือคำว่า ประชาชน และเชื่อมโยงกับกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งมาจากการลงชื่อของประชาชนกว่า 1 แสนคน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าของเพจประชาธิปไทป์รู้สึกไม่พอใจ และโพสต์ภาพคำว่าประชาชน ที่พยัญชนะไม่มีหัว ซึ่งเป็นผลงานของคนอื่นที่เซฟไว้นานแล้ว ลงบนเฟซบุ๊ก

“พอเอาคำว่าประชาชนที่ไม่มีหัวโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แล้วก็คิดว่า แล้วทำไมเราไม่ทำให้เป็นฟอนต์ เพราะมันไม่ใช่แค่รายชื่อแสนชื่อของ iLaw ถ้าเราซอยคำว่าประชาชนออกมาเป็นคำว่านักศึกษา แรงงาน เกษตรกร คนที่โดนกดขี่ทั้งหลาย ทำไมไม่ทำเป็นฟอนต์ เราก็เลยคิดว่า ถ้าทำเป็นฟอนต์ เราจะตั้งต้นจากอะไร เราก็เลยเลือกฟอนต์สารบัญ”

สนับสนุนโดย ufabet

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*