ยังไร้วี่แวว ชายจมน้ำสูญหาย 5 วัน เข้าฝันสาวเห็นเหตุการณ์

ยังไร้วี่แวว ชายจมน้ำสูญหายกู้ภัยหา 5 วันยังไร้วี่แววเข้าฝันสาวอุดรฯ คนเห็นเหตุการณ์ ขอให้ช่วย บอกมีอะไรบังและกดร่างไว้ไม่ให้ลอยขึ้นมา

ยังไร้วี่แวว กรณีนายอุทัย อายุ43ปีทำงานเป็นรปภอยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมาจมน้ำที่ลำน้ำลำตะคอง บริเวณด้านหลังวัดสุสาน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.

โดย นางสาวอะตอม(นามสมมติ)อายุ28ปีชาวจ.อุดรธานีเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์คนแรก ขณะมาทำบุญปล่อยปลาที่วัดกับเพื่อนๆ เห็นว่านายอุทัยกำลังลอยคอว่ายอยู่ในลำตะคอง แต่ไม่ถึงนาที ก็จมหายไปในน้ำต่อหน้าต่อตา จึงได้แจ้งชาวบ้านให้ช่วยตามกู้ภัยมาช่วยดำค้นหาร่าง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(27 ต.ค. 64)กู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมาและกู้ภัยสว่างพรกุศลจ.ระยอง ยังคงกระจายกำลังออกค้นหาร่างผู้สูญหายซึ่งย่างเข้าวันที่5แล้วแต่ยังไร้วี่แวว

โดย นายจักรพันธ์ หมู่โยธา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมาเปิดเผยว่าการค้นหาร่างผู้สูญหาย มีอุปสรรคหลายอย่างทั้งกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวแม้ว่าระดับน้ำจะลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ทำให้มีเศษขยะที่นอน และกิ่งไม้ลอยมาทับกันอย่างหนาแน่น ไหลมาตามกระแสน้ำเยอะมาก ทำให้ค้นหาได้ยากขึ้นกว่าเดิม

ประกอบกับสองฝั่งลำน้ำมีกิ่งไม้กีดขวางอยู่เต็มไปหมดต้องตัดกิ่งไม้ออกจึงจะนำเรือเข้าไปค้นหาได้ ส่วนบางจุดที่ทำการค้นหาแล้วจะได้กลิ่นแต่เมื่อดำน้ำลงไปตรวจสอบแล้วกลับไม่ใช่เป็นซากสัตว์แทน ซึ่งแต่ละวันที่ค้นหาตั้งแต่เช้าจนค่ำ ก็ยังไม่เจอร่าง จะต้องไปสรุปผลดำเนินงานและปรับแผนการค้นหากันใหม่ ว่าจะต้องเพิ่มเติมหรือกระจายกำลังค้นหาในจุดไหนเป็นพิเศษหรือไม่ อย่างไร

ด้าน ญาติของนายอุทัยผู้สูญหายกล่าวว่าคนเฒ่าคนแก่แถวนี้บอกว่ามีคนจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณนี้มา 3 รายแล้ว น่าจะเป็นอาถรรพ์หรือไม่ ตัวตายตัวแทน

อีกทั้งนางสาวอะตอมคนที่เห็นเหตุการณ์คนแรกซึ่งตอนนี้กลับไปที่ จ.อุดรธานีแล้ว ได้โทรมาบอกว่านายอุทัยได้ไปเข้าฝันและบอกว่า ขอให้ช่วยหน่อย มีอะไรบังและกดร่างเขาไว้ไม่ให้ลอยขึ้นมาให้ใครเห็น ทำให้กู้ภัยฯ ที่ลงไปงมหาหลายชั่วโมงจนค่ำ หาไม่เจอ ตนจึงรีบโทรมาบอกน้องสาวที่อยู่ จ.นครราชสีมา เพื่อให้มาบอกญาติของนายอุทัย

อย่างไรก็ตาม หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา ยังไม่ลดละความพยายามเร่งค้นหาร่างของนายอุทัยกันอย่างเต็มที่ โดยหลังจากปรับแผนอีกครั้งแล้ว คาดว่าจะเจอร่างนายอุทัยได้โดยเร็ว

เด็กชาย ป.2 จมน้ำดับคู่ 2 ศพ จุดเดิมตายประจำ เชื่ออาถรรพ์บังตาทำให้ช่วยไม่ทัน

เมื่อเวลา 14.22 น. (9 ต.ค.62) ร.ต.อ ศักดิ์ชัย พันธวงค์รองสว.(สอบสวน)สภ.โซ่พิสัย อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณท่าสะดุ้งใหญ่ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำสงคราม เขตบ้านท่าลี หมู่ที่ 14 ต.โซ่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นพ.วิญญ์ หังสพฤกษ์ แพทย์เวร รพ.โซ่พิสัย หน่วยกู้ชีพ รพ.โซ่พิสัยหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลฯ จุดโซ่พิสัยและนักประดาน้ำพร้อมเรือสว่างศรีวิไลฯ

ที่เกิดเหตุพบว่าชาวบ้านประมาณ20คนได้ช่วยกันงมหาร่างของเด็กน้อยผู้เคราะห์ร้าย2คนที่จมน้ำหายไปทราบชื่อ เด็กชายพาคินอายุ 8 ปี และ ด.ช.ธนกฤต อายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2 ประมาณ 10 นาทีผ่านไปจึงพบร่างน้องที่จมน้ำทั้ง 2 คน นำขึ้นมาทำการปฐมพยาบาลเพื่อนำน้ำออกจากช่องท้องและทำการปั๊มหัวใจหรือทำ CPR ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.โซ่พิสัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องทั้ง 2 คนไว้ได้

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนรุ่นพี่เป็นนักเรียนชั้นป.4ได้มาชักชวนน้องทั้ง2คนรวมกันเป็น 3 คนไปปั่นจักรยานเล่น พอร้อนจึงได้ชวนกันไปลงเล่นน้ำที่ท่าสะดุ้งใหญ่แม่น้ำสงครามข้างๆ โขดหินใหญ่ ขณะเล่นน้ำกันเพลิน 1 ใน 2 ผู้ตายเกิดพลัดตกลงไปที่น้ำลึก น้องอีกคนจึงจะเข้าไปช่วยดึงแขนขึ้นมาแต่ลืมว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำหายไปทั้งคู่ ส่วนรุ่นพี่ ป.4 วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเรียกผู้ใหญ่ออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทันเวลาเพราะน้องทั้ง 2 คนขาดอากาศหายใจไปนาน จึงเสียชีวิตไปอย่างอนาถดังกล่าว

ด้าน น.ส.สุดาพร อายุ 24 ปี มารดา ด.ช.ธนกฤต ผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนมีบุตรชายคนเดียว ก่อนเกิดเหตุตนไปธุระที่เมืองบึงกาฬ ทราบจากญาติโทรแจ้ง ตามไปดูที่ รพ. คุณหมอก็พยายามช่วยเต็มที่ ได้แต่ยกมือขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มีปาฏิหาริย์ ฝากพ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจอย่าเผลอปล่อยลูกลงเล่นน้ำ ถ้าเป็นไปได้ก็ให้เด็กๆ ฝึกหัดเรียนว่ายน้ำให้เป็นจะได้ช่วยรักษาชีวิตตัวเองได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ชาวบ้านที่กำลังหาปลาบริเวณนั้นหลายคนทั้งที่อยู่บนแพใหญ่ยกยอหรือสะดุ้งใหญ่เล่าว่าก็มองเห็นเด็ก 3 คนเล่นน้ำกันอยู่ตอนจมน้ำก็ไม่เห็นเด็กรุ่นพี่ป.4เรียกให้ชาวบ้านช่วย แต่กลับวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อเรียกชาวบ้านมาช่วยงมหาน้องทั้ง 2 คน พอถามเด็กรุ่นพี่ก็ตอบว่ามองไม่เห็นใครเลยที่อยู่ใกล้ จึงคิดว่าเป็นอาถรรพ์บังตาทำให้เด็กมองไม่เห็นคนที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้ช่วยเหลือไม่ทัน ซึ่งจุดนี้มีคนจมน้ำเสียชีวิตทุกปีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

พ่อแม่ติดโควิด ใจสลาย! รู้ข่าวลูกสาว 9 ขวบ จมน้ำดับ อยากมางานศพแต่ทำไม่ได้

สุดเศร้าพ่อแม่ติดโควิด-19รักษายังไม่หายรู้ข่าวลูกสาววัย 9 ขวบจมน้ำดับพร้อมเพื่อน 2 ศพอยากมางานศพ เจ้าหน้าที่ต้องใช้โซ่ผูกติดกับเตียง

จากกรณีเมื่อเวลา13.00น.ของวานนี้(7 ส.ค.)ตำรวจสภไชยวานจ.อุดรธานี รับแจ้งจากมีเหตุเด็กจมน้ำจำนวน 2 ราย ที่บริเวณหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ท้าย หมู่บ้านบ้านหนองแวงตาด ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี มีเด็กผู้รอดชีวิต 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย คือ ด.ญ.น้องแกม (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 9 ขวบ กำลังอยู่ชั้น ป.3 และ ด.ญ.เนย(ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง)อายุ10ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ส.ค.) เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของน้องแกมอายุ 9 ขวบ ที่จมน้ำเสียชีวิตพบชาวบ้านเดินทางมาร่วมงานศพและร่วมแสดงความเสียใจกับ นายไพบูลย์ อายุ 66 ปี ปู่ของน้องแกม เปิดเผยว่า บ่ายวานนี้หลังจากตนเองกลับจากไร่มันมานอนเล่นที่แคร่หน้าบ้าน ชาวบ้านก็วิ่งมาบอกว่าน้องแกมจมน้ำตาย

ตนรีบวิ่งไปที่หนองน้ำทันทีเมื่อไปเห็นร่างของหลานไม่หายใจก็แทบขาดใจปั๊มหัวใจหลายครั้งก็ไม่ฟื้นก็รีบอุ้มขึ้นรถไปส่งรพ.ไชยวาน แต่สุดท้ายหลานก็เสียชีวิต เสียใจมากตนเองกับภรรยารักหลานคนนี้มาก ทุกเย็นหลานคนนี้จะมาเหยียบขาให้ปู่ให้หายเมื่อยเป็นประจำทุกวัน หากวิญญาณหลานคนนี้รับรู้ได้อยากบอกว่ารักหลานคนนี้มาก

แต่ที่เสียใจคือพ่อกับแม่น้องแก้มคือนายสุเทพและนางบัวผันซึ่งไปทำงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่จ.ปทุมธานีแต่ติดโควิด-19 จึงเดินทางมารักษาตัวรักษาตัวที่ จ.อุดรธานี ยังไม่หายป่วย แต่เมื่อรู้ข่าวว่าลูกสาวคนเดียวคือน้องแกมจมน้ำเสียชีวิตร้องไห้แทบขาดใจ อยากมางานศพน้องแกมก็มาไม่ได้ จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้โซ่ผูกติดกับเตียงไว้เลย

นายไพบูลย์ บอกอีกว่า ตนมีลางสังหรณ์คืนก่อนน้องแกมจะจมน้ำเสียชีวิต ไม่คิดจะเป็นจริงตามคำโบราณว่า เพราะคืนนั้นตนเองได้ยินเสียงกามาร้องใกล้บ้านทางทิศตะวันออกของบ้าน ตนก็เอะใจกาอะไรมาร้องตอนกลางคืน ตอนแรกไม่คิดว่า

แต่บ่ายวันต่อมาพอหลานจมน้ำตายก็มาคิดว่ากามาร้องเหมือนจะบอกลางร้ายอะไรบางอย่าง เพราะชาวบ้านเชื่อว่า ถ้ามีการ้องหรือกาผ่านหมู่บ้านต้องมีหละศพหนึ่งหรือสองศพแน่นอนแต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับหลานสาวคนเดียวของตนเองจุดเกิดเหตุสระน้ำก็อยู่ทางทิศตะวันออกของบ้านห่างจากบ้านเกือบกิโลเมตร

ขณะที่บ้านงานศพอีกหลัง ด.ญ.เนย อายุ10ขวบตั้งอยู่หมู่4บ้านหนองแวงตาด ต.คำเลาะ ซึ่งเป็นที่ศพบำเพ็ญกุศล ได้มีเพื่อนบ้านและญาติๆ ต่างพากันเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจและเศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการสอบถามนางราณีอายุ49ปีย่าของน้องเนยเปิดเผยว่าหลังจากพ่อและแม่ของน้องเนยแยกทางกัน ตนเองและสามีก็เลี้ยงหลาน 3 คน รวมทั้งน้องเนยซึ่งเป็นคนโตมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ด้วยฐานะทางบ้านเรายากจน เวลาตนเองออกไปทำงานรับจ้าง ทุกครั้งที่ไปทำงานก็จะเอาหลานทั้ง 3 คนไปด้วย แต่เมื่อวานหลานบอกว่าเขาจะทำงานส่งครู เลยไม่ได้เอาหลานไปด้วย แต่สุดท้ายก็มาเกิดเหตุสลดดังกล่าว

ตนเสียใจจนร้องไห้ไม่มีน้ำตาแล้ว รักเขาเหมือนลูก เขาเป็นเด็กดีใครใช้อะไรไปหมดไม่มีว่าจะบ่นสักคำ เมื่อวานเมื่อญาติโทรไปบอกว่าเมื่อน้องเนยจมน้ำตา ก็พูดอะไรไม่ออก แขนขาอ่อนเดินแทบไม่ไหว ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้จนแทบขาดใจ

นางราณี ซึ่งพูดไปปาดน้ำตาไป ฝากเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ให้ดูแลลูกหลานให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบครอบครัวของตนเอง

ส่วน นายประดิษฐ์ปู่ของน้องเนยเปิดเผยว่าตนเองป่วยเป็นเบาหวานนิ้วเท้าอักเสบทำงานไม่ได้เสียใจมากที่หลานสาวคนนี้จากไป พูดไม่ออก พูดไปร้องไห้ไป เขาเป็นเด็กใช้ง่าย บอกให้ไปไหนก็ไป บอกให้พาปู่ไปรพ.ก็อาสาขับรถจยย.พาไป

“ผมเสียใจมาก จนไม่รู้จะพูดอะไร ร้องไห้ทั้งวัน เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยฐานะเรายากจน หากผมเป็นเศรษฐีผมจะซื้อโลงศพทองคำให้หลานสาวเสียด้วยซ้ำ ผมตายแทนหลานได้”

ด้านน้องเฟิร์สวัย9ขวบเพื่อนที่งมหอยเห็นเพื่อนจมน้ำต่อหน้าต่อตาบอกว่าได้ชวนกันมางมหาหอยที่สระน้ำท้ายหมู่บ้านมีพี่เนย น้องแกม พี่ดาด้า และหนู พอมาถึงก็พากันลงน้ำงมหาหอยใกล้ๆ ฝั่ง ufabet

จากนั้นพี่เนยและน้องแกมก็พากันเดินใกล้ฝั่งไปบริเวณจุดที่จมน้ำ ไม่นานก็เห็นน้องแกมลื่นไถลไปตรงน้ำลึกจมน้ำทันทีและพี่เนยก็จะไปช่วยจมน้ำไปอีกคน หนูก็วิ่งจะเข้าไปช่วยและกำลังจะจมน้ำ พอดีมีชาวบ้านมาช่วยหนูก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด รู้สึกเสียใจและตกใจมากที่เห็นเพื่อนมางมหอยด้วยกันจมน้ำต่อหน้าต่อหน้า

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *