“ราม สุภา” น้องเมีย “เนวิน” ขับเครื่องบินชนคนกำลังออกกำลังกาย

“ราม สุภา” พล.ต.ท.ปิยะต๊ะวิชัยผบช.ภ.5ได้รับรายงานจากพล.ต.ต.มงคลสัมภวผลผบก.ภ.จว.ลำพูนว่ามีเหตุเครื่องบินเล็กชนคนตายเมื่อเวลา 20.00 น.เมื่อคืนที่ผ่านมาโดยพ.ต.อ.สามพรานจันทร์มั่งคั่งผกก.สภ.เหมืองจี้ พร้อมพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุเบื้องต้นว่า เครื่องบินเล็กเฉี่ยวชนคนมีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณสนามบินสหพัฒน์ หมู่ 5 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลลำพูน และกองพิสูจน์หลักฐาน

“ราม สุภา” ที่เกิดเหตุก็พบเครื่องบินเล็กชื่อCIRRUS22Tใบพัดหน้าปีกเครื่องบินด้านขวามีรอยแตกได้รับความเสียหายล้อหลังซ้ายแตกได้รับความเสียหายจอดบนลานจอดและพบศพชายสภาพลำตัวขาด2ท่อนใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือ1เครื่องพร้อมหูฟังโทรศัพท์1เส้นทราบชื่อภายหลังว่าคือ นายสิทธิเดช แช่ลี่ อายุ 51 ปี ชาวกรุงเทพฯ เบื้องต้นได้ส่งชันสูตรและทำการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในคดีนี้อีกครั้ง

จากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ขับเครื่องบินดังกล่าวคือนายรามสุภาอายุ49ปีลูกชายของนายคะแนนสุภานักธุรกิจคนดังของเชียงใหม่นายรามนั้นเป็นน้องของภรรยานายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดังได้ขับเครื่องบินเล็กมาจากสนามบินดอนเมือง ปลายทางสนามบินสหพัฒน์ เมื่อนำเครื่องบินลงจอดได้ชนผู้ตาย ซึ่งกำลังออกกำลังกายที่บริเวณกลางรันเวย์สนามบินดังกล่าวจนเสียชีวิต

ด้านพล.ต.ท.ปิยะเปิดเผยว่าคดีนี้ตนได้สั่งกำชับให้ทางผู้การลำพูนเข้าไปดูคดีด้วยตนเองสอบปากคำพยานเก็บหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ขณะที่พล.ต.ต.มลคลสัมภวะผลผบก.ภ.จว.ลำพูนเปิดเผยว่าผู้ตายทำงานในโรงงานและมาวิ่งออกกำลังกายที่บริเวณรันเวย์และเครื่องบินก็บินเข้ามาแล้วชนเข้าอย่างจังซึ่งตรงนี้ต้องดูว่าเป็นความประมาทในการขับหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนปากคำพยานหลักฐานในคดีนี้ และไม่หวั่นใดๆ ทั้งสิ้น ผิดถูกว่ากันตามกฎหมาย

ศบค.ยกเลิกเคอร์ฟิวทุกพื้นที่ยกเว้น 7 จังหวัดส่วนกทม.เป็น”พื้นที่สีฟ้า” รับนักท่องเที่ยว

นพ.ทวีศิลป์วิษณุโยธินโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19ศบคเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019โควิด-19หรือศบค.ชุดใหญ่ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้เห็นชอบปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเหลือ 7 จังหวัด จาก 23 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตาก นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ สงขลา โดยยังคงห้ามออกจากเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในช่วงเวลา 23.00 น. ถึง 03.00 น.

ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มจาก30จังหวัดเป็น38จังหวัดขณะที่พื้นที่ควบคุมลดจาก24จังหวัดเหลือ23จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูงเพิ่มเป็น 5 จังหวัด และยกเลิกพื้นที่เฝ้าระวัง

นอกจากนี้ให้เพิ่มพื้นที่สีฟ้าซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 4 จังหวัดได้แก่กรุงเทพมหานคร(กทม.)กระบี่พังงาและ ภูเก็ตโดยจะไม่มีเคอร์ฟิวและให้สามารถนั่งรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ แต่ต้องกำหนดมาตรการเฉพาะในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะใน กทม. ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.

ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้คอนโด T3 เมืองทองธานี เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง จนท.เร่งดับเพลิง

เกิดเหตุไฟไหม้คอนโดมิเนียม T3 เมืองทองธานี เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง จนท.เร่งดับเพลิง

วันนี้ (29 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารคอนโดมิเนียม T3 ที่อยู่ในบริเวณเมืองทองธานี ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 6

ขณะนี้เพลิงกำลังลุกลามไปยังห้องข้างเคียง และมีเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ

หากมีรายละเอียดและความคืบหน้าจะรีบรายงานให้ทราบโดยเร็วต่อไป

ลูกค้าแสบหลอกสั่งหมูกระทะ ไม่ยอมจ่ายเงิน แถมเชิดเงินทอน ก่อเหตุมาแล้วหลายร้าน

ร้านเตือนภัย เจอลูกค้าแสบหลอกสั่งหมูกระทะ ไม่ยอมจ่ายเงิน แถมเชิดเงินทอน ก่อเหตุมาแล้วหลายร้าน

เพจเฟซบุ๊กลงพุงซีฟู้ดหมูกระทะร้านหมูกระทะย่านประชาสงเคราะห์โพสต์เล่าเรื่องราวว่ามีชายคนหนึ่งมาสั่งหมูกระทะแบบกลับบ้านในราคา1,280บาทให้ไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้แยกฟอร์จูนโดยจะจ่ายเป็นเงินสดจำนวน2,000บาทและให้เตรียมเงินทอนมา แต่ปรากฏว่า พอพนักงานเอาของไปส่งคนร้ายกลับรีบมาคว้าเอาของและเงินทอนไป อ้างว่าเอาของขึ้นไปก่อน เดี๋ยวเอาเงินลงมาให้ แล้วสุดท้ายก็หายไป

นายกษิต ดาราสิชฌน์ เจ้าของร้านเปิดเผยว่าเมื่อวันที่26ตุลาคมที่ผ่านมาประมาณ4โมงครึ่งมีลูกค้าโทรมาสั่งอาหารทะเลที่ร้านสั่งกุ้งเผา3กิโลกรัมหอยหวาน2.5กิโลกรัมพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรวมราคา1,280บาทอ้างว่าเจ้านายสั่งไปกินเลี้ยง แล้วจะให้คนขับรถมารับ พอใกล้ถึงเวลาที่ร้านแจ้งไว้ มิจฉาชีพได้โทรมาบอกว่าคนขับรถติดธุระ ขอให้ร้านไปส่งอาหารที่โรงแรมใหล้แยกฟอร์จูน

พอพนักงานไปถึงมิจฉาชีพก็ทำท่าทีรีบร้อนวิ่งมารับอาหารและทำทีเป็นคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาจากนั้นก็รับอาหารกับเงินทอนจำนวน720บาทไปแล้วบอกว่าจะไปนำเงิน2,000บาทจากเจ้านายมาจ่ายให้ให้รอก่อนแล้วเดินหายไปหลังจากนั้นประมาณ10นาทีพนักงานก็โทรตาม แต่ไม่รับสาย พอผ่านไป 15 นาที โทรไปอีกครั้งก็พบว่าปิดเครื่องไปแล้ว จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก

สาเหตุที่ร้านไม่ได้ให้ชำระเงินก่อนเพราะที่ผ่านมาลูกค้าสั่งอาหารลักษณะนี้ประจำบางครั้งยอด4-5พันบาทแต่ก็ยังไม่เคยถูกโกงมาก่อนจึงไม่ได้ระแวง

แต่หลังเกิดเหตุนำเบอร์ของคนร้ายไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็เจอว่ามีร้านค้าจำนวนมากโดนโกงวิธีเดียวกันทั้งอโศก เยาวราชลาดพร้าวสยามสะพานควายบางแคอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและล่าสุดพบว่าเมื่อวานนี้ (28 ต.ค. 64) มิจฉาชีพก็เพิ่งจะก่อเหตุซ้ำ ที่ร้านขนมจีนย่านสีลม ช่วงเวลา 10 โมง

เมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่าคนร้ายรายนี้เคยถูกจับที่สนพลับพลาไชย1เมื่อเดือนมกราคม2563โดยอ้างว่า ทำไปเพราะตกงาน

หลังเกิดเหตุทางร้านได้เข้าแจ้งความที่สน.ห้วยขวางและยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพราะแม้จำนวนเงินจะไม่เยอะ แต่มิจฉาชีพก่อเหตุหลายครั้งมากแล้ว หากยังจับไม่ได้ก็จะยังก่อเหตุต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนเบอร์มิจฉาชีพที่โทรเข้ามาจนถึงตอนนี้ก็ยังปิดเครื่องอยู่

ฆ่าโหดหลวงตาอายุ 72 มรณภาพคาวัดป่า ฟันทั่วร่าง 27 แผล คาดฝีมือแก๊งทวงหนี้

ฆ่าโหดหลวงตาอายุ 72 มรณภาพคาวัดป่า ทั้งจอบทั้งมีดฟันทั่วร่าง 27 แผล คาดฝีมือแก๊งทวงหนี้

(29 ต.ค.64) เมื่อเวลา 07.00 น.ร.ต.อ.วิเชฏสิมมาอ่อนร้อยเวรสภ.ท่าคันโทจ.กาฬสินธุ์รับแจ้งเหตุพระถูกฆ่ามรณภาพ ภายในบริเวณวัดป่าต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์

โดยที่เกิดเหตุพบศพพระลุนอายุ72ปีพระลูกวัดนอนมรณภาพจมกองเลือดอยู่บริเวณบันไดลานหินทางลงกุฏิหลังศาลาหอฉันท์มีบาดแผลถูกของมีคมฟันตามร่างกายหลายแห่งโดยเฉพาะบริเวณศีรษะใบหน้า แขน และข้อมือ จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุพบรองเท้าแตะสีเหลืองของพระลุนตกอยู่ ห่างจากจุดพบศพเล็กน้อยประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบจอบและมีอีโต้เปื้อนเลือดวางอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ นอกจากนี้จากการตรวจสอบบริเวณหน้ากุฏิพระลุนที่เสียชีวิตยังพบขวดเหล้าขาวและเครื่องดื่มชูกำลังวางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่อย่างละ 2 ขวด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามพระกรกชอายุ72ปีพระลูกวัดกล่าวว่าเมื่อช่วงเวลา20.00น.ที่ผ่านมามีชายสองคนสวมหมวกกันน็อคและหน้ากากอนามัยเข้ามาหาพระลุนโดยนั่งพูดคุยกันที่หน้ากุฏิของตนซึ่งมีการพูดจากันปกติจับใจความได้ว่ามาทวงหนี้กับพระลุนประมาณ3หมื่นบาทโดยซึ่งหนึ่งในชายสองคนถามพระลุนว่าหลวงพ่อเป็นหนี้จะไม่ใช้หนี้หรือ จากนั้นพระลุนบอกว่าให้ไปคุยกันที่กุฏิ เพราะเกรงใจตน ก่อนจะพากันไปตกลงกันที่กุฏิพระลุน กระทั่งช่วงเวลาประมาณตี 2 ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน และได้ยินเสียงชายคนเดิม ซึ่งคล้ายกับคนเมาสุราตะโกนว่า มึงไม่ใช้หนี้ใช่ไหม จากนั้นเสียงก็เงียบไป

กระทั่งช่วงเช้ามีชาวบ้านมาพบว่าพระลุนถูกฆ่ามรณภาพแล้วส่วนสาเหตุคาดว่าคนร้ายน่าจะมาทวงหนี้กับพระลุน ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อ3วันที่แล้ว ชายสองคนนี้ก็ได้มาทวงหนี้กับพระลุนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นหนี้ค่าอะไร ก่อนจะกลับมาทวงอีก เพราะทราบข่าวว่าพระลุนถูกหวย แต่อาจจะทวงไม่ได้จึงลงมือฆ่าดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แบ่งกำลังลงพื้นที่สืบหาข่าวและเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า2คนและน่าจะเป็นคนนอกพื้นที่ส่วนอาวุธที่ใช้น่าจะเป็นการนำจอบและมีดอีโต้ที่อยู่ในวัดมาทำร้ายพระลุนจนเสียชีวิต ทั้งนี้จากการชันสูตรของเจ้าหน้าที่อย่างละเอียดพบว่าตามร่างกายมีบาดแผลถูกของมีคมฟันมากถึง 27 แห่ง ส่วนสาเหตุจะเกิดจากการทวงหนี้หรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ

ราชกิจจาฯ ประกาศห้ามการชุมนุม-มั่วสุม เสี่ยงโควิดระบาด มีผล 1 พ.ย. รับการเปิดประเทศ

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ “ห้ามชุมนุม-มั่วสุม” ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด มีผล 1 พ.ย. ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 13) ลงนามโดย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เนื้อหาระบุดังนี้

ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่21ตุลาคมพ.ศ.2564 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)ที่18/2564ลงวันที่21ตุลาคมพ.ศ.2564เรื่องพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องมีการฟื้นฟูประเทศเพื่อประโยชน์ด้านการใช้ชีวิตความเป็นอยู่และด้านเศรษฐกิจแก่ประชาชน เห็นควรให้มีการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศได้มากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในภาพรวมของประเทศ

แม้ว่าที่ผ่านมาภาพรวมของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องฝ่ายสาธารณสุขสามารถควบคุมและจำกัดขอบเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคได้รวมทั้งรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมโดยประสานความร่วมมือกับประเทศต้นทางและบูรณาการการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนในการกำหนดมาตรการรองรับเพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบควบคู่กับการกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ให้ประชาชนมีความปลอดภัย รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศอันจะส่งผลให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำเนินการควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(ฉบับที่15)ข้อ3และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่4/2563ลงวันที่25มีนาคมพ.ศ.2563เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 3 (6) และข้อกำหนด คำสั่ง ประกาศ ที่เกี่ยวข้อง จึงให้ปฏิบัติดังนี้

1. ให้ยกเลิกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรมการมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) (ฉบับที่11)ลงวันที่30กันยายนพ.ศ.2564และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564

2.ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคหรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรคณที่ใดๆทั่วราชอาณาจักร

3. ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพื้นที่ควบคุมสูงสุดพื้นที่ควบคุมพื้นที่เฝ้าระวังสูงพื้นที่เฝ้าระวังเว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นโดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนดฉบับที่ 30ลงวันที่1 สิงหาคม2564และข้อกำหนด (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ทั้งนี้ในเรื่องมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพื้นที่ควบคุมสูงสุดพื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูงพื้นที่เฝ้าระวังให้ดำเนินการตามข้อกำหนด(ฉบับที่35)ลงวันที่15ตุลาคมพ.ศ.2564

4. ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพื้นที่ควบคุมสูงสุดพื้นที่ควบคุมพื้นที่เฝ้าระวังสูงพื้นที่เฝ้าระวังที่ได้มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคเว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นโดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด(ฉบับที่ 30)ลงวันที่1สิงหาคมพ.ศ.2564และข้อกำหนด (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ทั้งนี้ในเรื่องมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสาหรับพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่36)ลงวันที่21ตุลาคม2564

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่มีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับใหม่ ให้ประกาศฉบับนี้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดฉบับใหม่ดังกล่าว ufabet

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *